ไก่ป่า

ไก่ป่า

ไก่ป่า
ไก่ป่า

เป็นนกขนาดกลางลำตัวยาว 43 – 76 เซนติเมตร ในประเทศไทยมีพันธุ์ย่อย 2 ชนิดคือไก่ป่าหูขาวและไก่ป่าหูแดง ต่างหูไก่ป่าต่างหูสีขาวตัวผู้ใบหน้าและหงอนขนาดใหญ่มีสีแดงสดหัวคอปีก

และหลังมีสีเหลืองและแดงท้องสีดำหางมีสีดำปนเขียว หางคู่กลางยื่นออกมายาวกว่าหางอื่น ๆ แม่ไก่ตัวเมียมีขนเรียบสีน้ำตาลอมเทาหางสั้นและหงอนเล็กมาก ต่างหูไก่ป่าเป็นสีแดงตัวผู้มีตุ้มหูสีแดง

ที่อยู่อาศัยอาหาร

พบทางตอนใต้ของเอเชียตั้งแต่เชิงเทือกเขาหิมาลัยลงมาถึงปากีสถานอินเดียบังกลาเทศพม่าไทยอินโดจีนจีนตอนใต้มาเลเซียสุมาตราชวาและบาหลี

พฤติกรรมการสืบพันธุ์

อาศัยอยู่ในป่าไผ่ป่าดิบแล้งและป่ารอยต่อระหว่างป่าดิบแล้งและป่าเต็งรัง อาศัยอยู่เป็นกลุ่มเล็ก ๆ บนพื้นป่าเพศผู้ไม่ชอบร้องเหมือนตัวเมีย มีองครักษ์หญิงหลายคนในฝูงเดียว เพศผู้มักจะขันเป็นช่วง ๆ โดยเฉพาะในตอนเช้าและตอนค่ำ ใช้ชีวิตในเวลากลางวันบนพื้นดินบินได้ไม่ไกลและไม่สูงมาก

It is a medium-sized bird with a body length of 43 – 76 centimeters. In Thailand there are two subspecies: the white-eared grouse and the red-eared grouse. Wild chicken earrings, white earrings, male, large face and crest, bright red in color, head, neck, wings

And the back is yellow and red, the belly is black, the tail is black and green. The middle pair of tails extends longer than the others. The female hens have smooth, grayish-brown hair. The wild chicken earrings are red, the male has red earrings.

Residence, food

Found in southern Asia from the foothills of the Himalayas down to Pakistan, India, Bangladesh, Myanmar, Thailand, Indochina, southern China, Malaysia, Sumatra, Java and Bali.

Reproductive behavior

Lives in bamboo forests, dry evergreen forests and junctions between dry evergreen and dipterocarp forests. They lived in small groups on the forest floor. Males did not like to sing like females. There were many female guards in one flock. Males tend to binge periodically, especially in the morning and evening. Living in the daytime on the ground, flying not far and not very high.

ไก่ป่า

ขอขอบคุณผู้สนับสนุนจาก >>> ยูฟ่าเบท<<<

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ >>> ที่นี่ <<<

ไก่ฟ้าพญาลอ

ไก่ฟ้าพญาลอ

ไก่ฟ้าพญาลอ
ไก่ฟ้าพญาลอ

เป็นนกขนาดกลาง – ใหญ่ ความยาววัดจากปลายปากถึงปลายหางประมาณ 60 – 82 เซนติเมตร ตัวผู้หัวสีน้ำเงินขนหงอนมีลักษณะเหมือนไม้พายและเป็นสีน้ำเงินเช่นกัน

แต่จากท้ายทอยไปด้านหลังและปีกเป็นสีเทา. เมื่อกางปีกออกจะเห็นด้านหลังตรงส่วนปลายซึ่งเป็นสีเหลืองอมแดงแวววาว ลำตัวด้านล่างเป็นสีฟ้าซีด หางสีน้ำเงิน – ดำเปล่งประกายตามหางตัวเมียโดยทั่วไปมีขนสีน้ำตาล

แต่ปีกมีสีน้ำตาลดำมีลายขวางสีขาว. ขนหงอนบนหัวมีสีน้ำตาลขาทั้งตัวผู้และตัวเมียมีสีน้ำตาลเข้ม ใบหน้าและเหนียงเป็นหนังสีแดง ตัวผู้จะยืดเหนียงออกเมื่อตัวเมียทำให้ดูสวยงามมาก

ที่อยู่อาศัยอาหาร

มีถิ่นกำเนิดในภาคใต้ของอัสสัมอินโดจีนไทยกัมพูชาลาวเวียดนาม สำหรับประเทศไทยพบได้ทางภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออกเป็นนกประจำถิ่นที่หายากและหายาก

อาหาร ได้แก่ เมล็ดพืชผักผลไม้แมลงไข่มดและหนอนโดยการกรีดพื้นและจิกเพื่อหาอาหาร

พฤติกรรมการสืบพันธุ์

ชอบอยู่เป็นคู่หรือครอบครัวเล็ก ๆ อาศัยอยู่ในป่าทึบหรือป่าไผ่ไม่ชอบที่โล่งไม่ค่อยมีคนตื่นทำให้มองเห็นได้ง่ายการใช้ชีวิตในตอนกลางวัน

It is a medium-large bird, measuring 60 – 82 centimeters from the tip of the beak to the tip of the tail.

But from the occiput to the back and the wings are gray. When the wings are spread open, the back is visible at the tip which is a shiny reddish yellow. The lower body is pale blue, the bluish-black tail glistens along the female tail, generally brown fur.

But the wings are black-brown with white diagonal stripes. The crest hair on the head is brown, both male and female legs are dark brown. The face and the wattle were red. The male extends the wattle when the female makes them look very beautiful.

Residence, food

It is native to southern Assam, Indochina, Thailand, Cambodia, Laos, Vietnam. For Thailand, can be found in the north. The Northeastern and Eastern regions are rare and rare endemic birds.

Food includes seeds, vegetables, fruits, insects, ants, and worms by cutting the ground and pecking for food.

Reproductive behavior

Would love to live in a couple or a small family, live in dense forests or bamboo forests, do not like open spaces, rarely awake, making it easy to see.

ไก่ฟ้าพญาลอ

ขอขอบคุณผู้สนับสนุนจาก >>> ยูฟ่าเบท<<<

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ >>> ที่นี่ <<<

นกกระสาคอขาว

นกกระสาคอขาว

นกกระสาคอขาว
นกกระสาคอขาว

ลักษณะทั่วไป
นกกระสาคอขาวเป็นนกขนาดใหญ่ขนาดประมาณ 91 เซนติเมตรคอยาวและขายาว ลำตัวมีสีขาวและดำ ยกเว้นคอและใต้หางเป็นสีขาวหากยังไม่โตเต็มที่ลำตัวเป็นสีน้ำตาลขนที่คอยาวและฟู

ที่อยู่อาศัยอาหาร
นกกระสาคอขาวมีถิ่นกำเนิดในแอฟริกาอินเดียและเคยพบในพม่าไทยศรีลังกาอินโดจีนมาเลเซียและฟิลิปปินส์ สำหรับประเทศไทยในอดีตพบได้ทุกภาค

ในหนองน้ำหรือทุ่งนาที่มีน้ำไม่ค่อยเห็นแล้วในภาคใต้โดยเฉพาะในชุมพรและทุ่งสงอาจจะยังเห็นการพนันฟุตบอลออนไลน์
นกกระสาคอขาวกินปลาปูกุ้งกบและสัตว์เลื้อยคลานบางชนิด

พฤติกรรมการสืบพันธุ์
ชอบอยู่เป็นคู่ไม่ชอบอยู่รวมกันเป็นฝูงมันเกาะได้ดี ออกหากินตอนกลางวันตามท้องน้ำในพื้นที่ราบ

นกกระสาคอขาววางไข่ในราวเดือนธันวาคมโดยทำรังเป็นกลุ่มบนยอดไม้สูง แยกไม่ไกลจากหนองน้ำวางไข่ครั้งละ 3-4 ฟอง

General characteristics
The white-necked stork is a large bird, approximately 91 centimeters in size, with long neck and long legs. The body is white and black. The exception is the neck and under the tail are white, if not fully grown, the body is brown, the fur on the neck is long and fluffy.

Habitat, Food: The white-necked stork is native to Africa, India and has been found in Burma, Thailand, Sri Lanka, Indochina, Malaysia and the Philippines. For Thailand in the past, it can be found in all regions.

In swamps or fields where water is rarely seen in the south, especially in Chumphon and Thungsong, you may still be able to see online football betting.
White-necked stork eats fish, crab, shrimp, frogs and some reptiles / p>

Reproductive behavior
Prefers to stay in pairs, does not like to stay together in a herd. They eat during the day on the water in a flat area.

The white-necked stork lays eggs around December, nesting in clusters on tall treetops. Not far from the pond, lay 3-4 eggs each time.

นกกระสาคอขาว

ขอขอบคุณผู้สนับสนุนจาก >>> ยูฟ่าเบท<<<

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ >>> ที่นี่ <<<

ประโยชน์ของนกต่างๆ

ประโยชน์ของนกต่างๆ นอกจากนกจะมีสีสันสวยงามแล้วยังประดับประดาให้โลกนี้มีสีสันสวยงาม ด้วยเสียงที่ยอดเยี่ยมนกเหล่านี้ยังมีประโยชน์อย่างมากในการช่วยกำจัดศัตรูพืชของชาวนา

และชาวสวนโดยไม่ต้องลงทุนใด ๆ เลย นอกจากจะต้องซื้อแล้วยังมาพร้อมกับราคาที่แพง และหากใช้ยาเป็นเวลานานจะเกิด“ เชื้อดื้อยา” ทำให้ต้องมีการวิจัยยาเคมีตัวใหม่

และมีอำนาจในการทำลายล้างมากกว่าชนิดเก่าเพื่อทดแทนยาเหล่านี้โดยปกติมีโทษมหันต์. สำหรับมนุษย์และสัตว์เลี้ยงแล้วพืชผักและผลไม้ที่ฉีดสารเคมีเหล่านี้หากกินเข้าไปอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ ดังที่เป็นข่าวอยู่บ่อยครั้ง ล่าสุดมีข่าวจาก The Scandinavian country กล่าวว่าประเทศของเขาจะไม่ซื้อยาสูบจากประเทศไทยอีกต่อไป

อันดับนกเกาะ

ประโยชน์ของนกต่างๆ

เนื่องจากพบว่าใบยาสูบจากประเทศไทยมีสารเคมีเคลือบยาสูงเกินไปซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อผู้บริโภค ทำให้ประเทศไทยขาดรายได้จากประเทศเหล่านี้จำนวนหลายหมื่นล้านบาท

ดังที่กล่าวไว้ข้างต้นว่านกเหล่านี้กินแมลงเป็นส่วนใหญ่ดังนั้นนกจึงเป็นเครื่องจักร Best Human Pest Buster โดยที่เราไม่ต้องลงทุนอะไรเลยมีประโยชน์มากกว่ายาฆ่าแมลงมูลนกก็เป็นปุ๋ยได้ดีเช่นกัน

นกบางชนิดกินเนื้อเป็นอาหารเช่นเหยี่ยวนกเค้าแมวนกเค้าแมวเพราะนกเหล่านี้ส่วนใหญ่ พวกมันออกหากินเวลากลางคืนดังนั้นสัตว์ที่พวกมันกินน่าจะเป็นสัตว์ฟันแทะหนูซึ่งเป็นศัตรูที่สำคัญที่สุดในการทำลายสิ่งต่างๆ นำโรคต่างๆมาสู่มนุษย์และทำลายพืชพันธุ์ธัญญาหารของเราเป็นอย่างมาก

Some birds are carnivorous, such as hawk, owl, and owl, because most of these birds. They are nocturnal, so the animals they eat are probably rodents, rats, the most important enemy of destruction. It brings diseases to humans and greatly destroys our crops.

อีกทั้งหนูยังถือเป็นสัตว์ที่แทบไม่มีประโยชน์สำหรับมนุษย์ ชาวนาและชาวสวนต่างร้องโอดโอยอยู่ตลอดเวลา เนื่องจากหนูทำลายทรัพย์สินและพืชผลจำนวนมากทุกปีและบางครั้งรัฐบาลต้องมีการประกวด “ฆ่าหนู” ตามที่เป็นข่าวในหนังสือ พิมพ์บ่อยๆ

In addition, rats are considered to be virtually useless to humans. Farmers and gardeners were crying all the time. Since rats destroy large quantities of property and crops every year, and sometimes the government has to have a “killing rat” contest, as it is often reported in the newspaper.

ในรังนกฮูกที่เราเคยพบในจังหวัดนครราชสีมาเราพบกระดูกหนูอย่างน้อย 50 ชิ้นด้วยกันดังนั้นคุณจะเห็นว่านกมีประโยชน์ต่อมนุษย์ นอกจากจะทำให้โลกสวยงามแล้วยังขับกล่อมมนุษย์ด้วยดนตรีไพเราะอีกทั้งยังช่วยกำจัดศัตรูพืชในทางอ้อมอีกด้วย ผลพลอยได้โดยไม่ต้องลงทุนใด ๆ

In an owl nest that we used to find in Nakhon Ratchasima, we found at least 50 rat bones, so you can see that the birds are useful to humans. In addition to beautifying the world, it also seduces human beings with beautiful music and indirectly eliminates pests. A by-product without any investment

ดังที่ได้กล่าวมาแล้วดังนั้นเราควรช่วยกันอนุรักษ์นก ป้องกันไม่ให้เป็นอันตรายโดยไม่ทำลายรังเก็บไข่นกยิงหรือฆ่านกและถ้าคุณเห็นใครทำสิ่งเหล่านี้ให้ช่วยห้ามปราม ช่วยระมัดระวังและให้นกสวยงาม และเป็นประโยชน์ต่อไป

As mentioned above, we should help conserve birds. Prevent harm by not destroying nests, collecting bird eggs, shooting or killing birds, and if you see someone doing these things, help dissuade them. Please be careful and make the bird beautiful. And continue to benefit

ขอขอบคุณผู้สนับสนุนจาก >>> ยูฟ่าเบท<<<

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ >>> ที่นี่ <<<

นกกระจอกเทศ

นกกระจอกเทศ

นกกระจอกเทศ
นกกระจอกเทศ

ลักษณะทั่วไป
เป็นนกที่ใหญ่ที่สุดในโลกมีทั้งหมด 6 ชนิดโดยแยกตามขนาดผิวและสี มีความสูงเฉลี่ย 2.5 เมตรหนัก 160 กิโลกรัมมีปีกเล็กบินไม่ได้ แต่ขาใหญ่แข็งแรง. มีสองนิ้วเท้าแต่ละข้าง

วิ่งเร็วถึง 64 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ขนของตัวผู้ทั่วทั้งตัวเป็นสีดำ แต่ขนที่ปลายปีกหางเป็นนกกระจอกเทศสีขาวมีขนตามลำตัวปีกและหางเท่านั้นส่วนหัวคอและขาไม่มีขนใด ๆ ตัวเมียมีขนสีน้ำตาลเข้ม

ที่อยู่อาศัยอาหารในแอฟริกา พวกเขาแพร่กระจายจากเซเนกัลไปยังเอธิโอเปีย อาหาร ได้แก่ แมลงหญ้าใบไม้ผลไม้และเมล็ดพืชบางชนิด

พฤติกรรมการสืบพันธุ์การดำรงชีวิตในทุ่งกว้างรวมกันเป็นกลุ่ม อยู่ร่วมกับฝูงม้าลายและยีราฟ เพื่อคอยดักจับแมลงและสัตว์เลื้อยคลานขนาดเล็กที่ตื่นตระหนกจากการกินหญ้าของสัตว์เหล่านั้นป้องกันตัวเองด้วยการเตะเท้า เป็นนกที่ระมัดระวังมากทำให้พวกมันหลบสัตว์กินเนื้อได้ดี

นกกระจอกเทศตัวผู้สามารถควบคุมตัวเมียได้หลายตัว ตัวเมียวางไข่ประมาณ 30-40 ฟองหรือมากกว่านั้นในที่เดียวกันซึ่งเป็นไข่นกกระจอกเทศที่ใหญ่ที่สุดในโลกขนาด 6 ถึง 8 นิ้วและน้ำหนักมากกว่า 1 กก. ฟักเป็นเวลา 6 สัปดาห์

ซึ่งตัวเมียจะฟักเป็นตัวในตอนกลางวันและตัวผู้จะฟักเป็นตัวในตอนกลางคืนลูกไก่จะโตเร็วมาก และโตเต็มที่เมื่ออายุ 3-4 ปี

General Characteristics: They are the largest birds in the world and come in six different species by size, skin and color. It has an average height of 2.5 meters, weighs 160 kilograms, has small wings and cannot fly. But the legs are big and strong. Two toes on each foot.

Run as fast as 64 kilometers per hour. The entire male’s hair is black. But the feathers on the tips of the wings and the tail are white ostriches, with only the body, wings and tail, the head, neck and legs without any feathers.

Habitat, food in Africa. They spread from Senegal to Ethiopia, their food includes insects, grass, leaves, fruits and some seeds.

Reproduction behavior, living in the field, combined in groups. Coexist with a herd of zebras and giraffes. To catch insects and small reptiles, frightened by their graze, defend themselves by kicking their feet. They are very cautious birds so they dodge carnivores well.

Male ostrich can control several females. Female lays about 30-40 eggs or more in the same place, the world’s largest ostrich egg, 6 to 8 inches in size and over 1 kg in weight, incubating for 6 weeks.

The female hatches during the day and the male hatches at night. The chicks grow very quickly. And matures at the age of 3-4 years.

นกกระจอกเทศ

ขอขอบคุณผู้สนับสนุนจาก >>> ยูฟ่าเบท<<<

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ >>> ที่นี่ <<<

  1. นกพิราบ
  2. นกเกาะคอน
  3. นกขุนทอง
  4. นกเอี้ยงหัวสีทอง
  5. นกเอี้ยงหงอน

สัตว์กินหญ้า

สัตว์กินหญ้า ในความจริงแล้ว หญ้าไม่ได้มีพิษ และมนุษย์สามารถรับประทานได้เช่นเดียวกับอาหารทั่วไป แต่อย่างไรก็ตาม สนามหญ้าหน้าบ้านก็ไม่ใช่แหล่งอาหารที่เหมาะสมสำหรับคนเรา ทั้งนี้การรับประทานหญ้ายังไม่ช่วยเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการ และอาจทำให้เกิดอาการอาเจียนและท้องเสียได้หากรับประทานในปริมาณมาก ๆ

           เหตุผลที่หญ้าไม่เหมาะจะเป็นอาหารสำหรับมนุษย์นั้น มีอยู่ด้วยกัน 2 ประการ โดยประการแรก มนุษย์ไม่ได้มีระบบย่อยอาหารเช่นเดียวกับวัวหรือสัตว์ชนิดอื่น ๆ ที่กินหญ้าเป็นอาหาร ซึ่งสัตว์เหล่านั้นจะมีระบบย่อยอาหารที่พิเศษ โดยจะมีกระเพาะอาหาร 4 กระเพาะที่ทำหน้าที่แตกต่างกันเพื่อช่วยให้พวกมันสามารถบริโภคและย่อยสารอาหารในหญ้าได้ เรียกว่ากระบวนการดังกล่าวว่า การเคี้ยวเอื้อง (rumination)

          เมื่อสัตว์เคี้ยวเอื้องเคี้ยวหญ้าคำโตอย่างเอร็ดอร่อย หญ้าที่ผ่านการเคี้ยวจะเคลื่อนที่ผ่านเข้าไปในหลอดอาหาร (Esophagus) เข้าสู่พื้นที่หลักของกระเพาะอาหารขนาดใหญ่รวม 4 กระเพาะ เริ่มจากการย่อยด้วยจุลินทรีย์ช่วยย่อยในกระเพาะที่ 1 ที่เรียกว่า รูเมน (Rumen) จากนั้นก้อนหญ้าจะเคลื่อนเข้าสู่กระเพาะเรติคูลัม (Reticulum) เป็นกระเพาะที่ 2 โดยในกระเพาะนี้จะช่วยขย้อนอาหารออกมาเคี้ยวอีกครั้งให้ละเอียดมากขึ้นเล็กน้อยและกลืนหญ้าอีกครั้งเข้าสู่กระเพาะสามสิบกลีบหรือที่เรียกว่า โอมาซัม (Omasum) เป็นกระเพาะที่ 3

โดยในกระเพาะนี้จะทำหน้าที่ในการกระจายอาหารให้เข้ากัน ก่อนจะเคลื่อนเข้าสู่กระเพาะที่ 4 อะโบมาซัม (Abomasum) ซึ่งเป็นกระเพาะแท้ที่มีเอนไซม์ต่าง ๆ ทำหน้าที่ในการย่อยอาหารเช่นเดียวกับกระเพาะอาหารของมนุษย์ จากนั้นจะเข้าสู่กระบวนการทำงานของระบบทางเดินอาหารต่อไป

สัตว์กินหญ้า

In fact The grass is not poisonous. And humans can eat it like normal food. However The lawn in front of the house is not a suitable food source for people. However, eating grass does not increase the nutritional value. And can cause vomiting and diarrhea if taken in large amounts.

& nbsp; & nbsp; & nbsp; & nbsp; & nbsp; & nbsp; The reason grass is not suitable for human food is There are two things. First, humans do not have a digestive system like cows or other grass-fed animals. Which those animals have a special digestive system There are four different stomachs that do different functions to help them consume and digest the nutrients in the grass. This process is called & nbsp; ruminant. ( rumination)

When the ruminants chew the word grass with a deliciously big increase. The chewing grass travels through the esophagus (esophagus) into the main area of ​​the four large stomachs, beginning with the digestion of the first gastric microorganism called the rumen. It moves into the Reticulum, the second stomach, which in this stomach will help reverse the food, chew it a little more thoroughly, and swallow the grass again into the thirty-calorie stomach, known as the O. Masum is the third stomach.

This stomach serves to distribute food evenly. Before it moves into the fourth stomach, Abomasum (Abomasum), a true stomach that contains various enzymes that function in digestion, just like the human stomach. After that, it will continue to work in the digestive tract.

ขอขอบคุณผู้สนับสนุนจาก >>> ยูฟ่าเบท<<<

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ >>> ที่นี่ <<<

  1. นกพิราบ
  2. นกเกาะคอน
  3. นกขุนทอง
  4. นกเอี้ยงหัวสีทอง
  5. นกเอี้ยงหงอน

เทอโรซอร์

เทอโรซอร์ มีวิวัฒนาการมาเป็นระยะ ๆ ตามลำดับชั้นเช่นยุคจูราสสิกจนถึงยุคครีเทเชียส เคตซัลโคทลัสนอร์โทรปีที่ใหญ่ที่สุดมีความสูงเท่ากับยีราฟและมีปีกกว้าง 10.5 เมตรเช่นเดียวกับเครื่องบินรบ F-16 น้ำหนักตัวถึง 200 กก. เฉพาะส่วนหัวและจะงอยปากยาว 3 เมตร

มันเป็นหนึ่งในสิ่งมีชีวิตที่บินได้ที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่โลกเคยรู้จักมา และเชื่อว่ามันชอบกินโดโนแซทเทิร์นเป็นอาหารจากหลักฐานการศึกษาบรรพชีวินวิทยาพบว่าเทอโรซอร์ในเวลาต่อมามีขนลำตัวบางด้วยจึงเชื่อว่าเป็นสัตว์เลือดอุ่น มีไว้เพื่อใช้เป็นฉนวนอุ่นเครื่องเช่น J-Holterus ที่พบในประเทศจีนซึ่งมีปากกว้างเหมือนกบ

ภาพเปรียบเทียบลักษณะปีกของเทอโรซอร์ (ซ้าย) กับนกสมัยใหม่ขนาดใหญ่ (ขวา) อัลบาทรอสวงแหวนมหัศจรรย์ c, แร้งแอนดีส
Pterosaurs ใช้ลักษณะการบินเช่นเดียวกับค้างคาว บนพื้นใช้ในการทะยานออกจากตำแหน่งสี่เท้าโดยส่วนต่อท้ายของร่างกาย มีเท้าที่เล็กลงเพื่อช่วยลดการลาก เมื่อบินการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยในท่าทางการบินเช่นการหดตัวของกล้ามเนื้อปีกหรือขยับข้อเท้าเข้าและออก

การเปลี่ยนมุมของกระดูกปีก ฯลฯ เปรียบเทียบกับนก Pterosaurs ยังมีกล้ามเนื้อที่ใช้ในการบินมากกว่า และมีสัดส่วนของน้ำหนักตัวมากขึ้นแม้แต่สมองก็ดูเหมือนจะมีวิวัฒนาการที่บินได้ กลีบของสมองขยายใหญ่ขึ้นเพื่อประมวลผลข้อมูลทางประสาทสัมผัสที่ซับซ้อนจากเยื่อหุ้มปีก Pterosaurs มีไหล่ที่ใหญ่และมีกล้ามเนื้อ

และลักษณะปีกของเทอโรซอร์ประกอบด้วยพังผืดที่ยึดกับสีข้างตั้งแต่ไหล่ลงไปถึงข้อเท้าแต่ละข้าง และยืดออกด้วยนิ้วที่สี่ซึ่งยืดออกอย่างน่าทึ่งไปตามขอบด้านหน้าของปีก เยื่อปีกรัดด้วยกล้ามเนื้อและเส้นเลือด และเสริมสร้างด้วยเยื่อ

เทอโรซอร์

Pterosaurs have evolved over time through hierarchy, such as the Jurassic period to the Cretaceous. The largest Ketzalcoat Las Norto is the same height as a giraffe and has a wingspan of 10.5meters, as is the F-16 fighter, weighing 200 kg with a head and a 3 m beak.

It is one of the largest flying creatures the world has ever known. And it is believed that it prefers to eat donosatterns as food.Evidence from paleontology studies showed that the later pterosaurs had thin body hair, so they were believed to be warm-blooded animals. It is intended for use as a warm-up insulator, such as the J-Holterus found in China, which has a wide mouth like a frog.

Image comparison of the winged appearance of a pterosaur (left) with large modern birds (right) b, miraculous ring albatross c, Andes vultures
Pterosaurs. It uses the same flight characteristics as a bat. On the floor used to soar off a four-foot position by the suffix of the body. Has smaller feet to help reduce drag. When flying, minor changes in flight posture, such as contracting the wing muscles or moving the ankles in and out.

Changes in the angle of the wing bones, etc. Compared to birds, Pterosaurs also have more flying muscles. And with a greater proportion of body weight, even the brain appears to have evolved to fly. The lobes of the brain are enlarged to process complex sensory information from the wing membranes. Pterosaurs have large, muscular shoulders.

And the wing shape of a pterosaur consists of a membrane that attaches to the flanks from the shoulders down to each ankle. And stretched with the fourth finger remarkably stretched along the front edge of the wing. The wing membranes are tightened by muscles and veins. And reinforced with membranes.

ขอขอบคุณผู้สนับสนุนจาก >>> ยูฟ่าเบท<<<

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ >>> ที่นี่ <<<

  1. นกพิราบ
  2. นกเกาะคอน
  3. นกขุนทอง
  4. นกเอี้ยงหัวสีทอง
  5. นกเอี้ยงหงอน

ไก่ต๊อก

ไก่ต๊อก เป็นสัตว์ปีกตระกูลไก่ ชื่อสกุลคือ Numididae ลักษณะทั่วไปของไก่ตะเภาคือมีจะงอยปากสั้นและหนา สีน้ำตาลหรือสีแดงอมส้มมีเหนียงสีเทาและสีดำห้อยอยู่ที่จงอยปากล่างแผ่คางทั้งสองข้างและมีเหนียงสีขาวแดงใต้ขากรรไกรทั้งสอง

หัวถึงคอขนน้อยหรือไม่มีเลยลำตัวป้อมขนหาง 14-16 เส้นหางสั้นปลายชี้ลงขาและนิ้วเท้าแข็งแรงเหมือนไก่ในวงศ์ไก่ฟ้าและนกกระทาตัวผู้มีหรือไม่มีหนามขึ้นอยู่กับชนิด

มีพฤติกรรมจับคู่เพียงครั้งเดียวตลอดชีวิตอยู่ร่วมกันเป็นฝูงบางครั้งสมาชิกมากถึง 100 คนสามารถแพร่กระจายไปทั่วแอฟริกา มันกินบนพื้นดินมากกว่าที่จะเติบโตบนต้นไม้ จะบินหรือขึ้นต้นไม้เมื่อจำเป็นเท่านั้นเช่นหนีศัตรูมักอาศัยอยู่ในป่าโปร่งและทุ่งหญ้าสะวันนา

โดยธรรมชาติแล้วมักเป็นอาหารของสัตว์กินเนื้อเช่นลิงบาบูนเสือชีตาห์ไฮยีน่าหมาจิ้งจอกเสือดาวแอฟริกาและสัตว์เสิร์ฟเป็นต้นนิยมเลี้ยงเป็นสัตว์เลี้ยงสวยงามและบริโภคเนื้อและไข่เป็นอาหาร

ไก่ต๊อก

The guinea fowl is a poultry family named Numididae. A common feature of guinea fowl is that it has a short and thick beak. Brown or orange-red, with gray and black wattle hanging on the lower beak, spreading both chin and red-white wattle under both jaws.

Mating behavior only once throughout his life, coexisting in herds, sometimes up to 100 members can spread across Africa. It eats more on the ground than it grows on trees. Will fly or go a short and thick beak. Brown or orange-red, with gray and black wattle hanging on the lower beak, spreading both chin and red-white wattle under both jaws. up trees only when necessary, such as fleeing enemies, often living in sparse forests and savannahs.

Naturally, it is the food of carnivores such as baboons, cheetahs, hyenas, foxes, African leopards, and serving members can spread across Africa. It eats more on the ground than it grows on trees. Will fly or go up trees only when necessary, such as fleeing enemies, often living in sparse forests and savannahs. animals, among others. They are beautiful pets and feed on meat and eggs.

ขอขอบคุณผู้สนับสนุนจาก >>> ยูฟ่าเบท<<<

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ >>> ที่นี่ <<<

  1. นกพิราบ
  2. นกเกาะคอน
  3. นกขุนทอง
  4. นกเอี้ยงหัวสีทอง
  5. นกเอี้ยงหงอน

นกฟินช์

นกฟินช์ ขนาดเล็กน่ารักสีสันสดใสปราดเปรียวว่องไวเลี้ยงง่ายนกตระกูลนี้แบ่งออกเป็นหลายชนิดเท่าที่นักเพาะเลี้ยงทั่วไปสะสมไว้มีเกือบ 100 สายพันธุ์พื้นเมือง แต่ครอบครัวดั้งเดิมของนกเหล่านี้มีอยู่ในเขตร้อนเช่นแอฟริกาออสเตรเลียและในเอเชียสายพันธุ์ที่คุ้นเคยที่ซื้อขายในตลาดสัตว์เลี้ยงที่รู้จักกันดีนั้นมีความแตกต่างกันตามประเภทและสี

นกทั้งหมดในวงศ์นกฟินช์เป็นนกขนาดเล็กแข็งแรงและว่องไว กินง่ายและแทบไม่เปลืองอะไรดังนั้นกรงและที่พักพิงของนกฟินช์จึงไม่ยุ่งยาก

นกฟินซ์ หากคุณมีกรงด้านนอกที่ใช้เลี้ยงนกตัวอื่นอยู่แล้วเมื่อต้องการเลี้ยงนกฟินช์คุณสามารถปล่อยนกฟินช์ได้ทันที หากคุณต้องการเลี้ยงในกรงแขวนหรือตั้งห้องเล็ก ๆ ในห้องนกฟินช์ก็สามารถอยู่ได้อย่างมีความสุข

เมื่อสืบค้นจากประวัติที่ผ่านมาพบว่า … มิสเตอร์จอห์นโกลด์นักธรรมชาติวิทยาและภรรยาของศิลปิน (ไม่ปรากฏชื่อ) คือ … Gouldian Finch ตัวแรกที่ค้นพบระหว่างการท่องเที่ยวออสเตรเลียในปี พ.ศ. 2426-2427

ต่อมาภรรยาของนายทองคำเสียชีวิตขณะเดินทางกลับอังกฤษ เขาตั้งชื่อครอบครัวว่า Lady Gouldian Finch เพื่อระลึกถึงภรรยาที่เสียชีวิตของเขา ที่เขาเห็น … มันเป็นนกที่สวยงามรองจากเมีย … !!!

นกฟินช์ และต่อมาในปี พ.ศ. 2430 นกฟินช์หัวดำและหัวแดงตัวแรกได้ถูกนำเข้าสู่อังกฤษ ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้ที่นิยมเลี้ยงนกสวยงามมาก

นกฟินช์

Small, cute, colorful, agile, agile finches, easy to raise, this family of birds is divided into as many as a general aquarist collects, with nearly 100 native species. But the traditional families of these birds exist in the tropics such as Africa, Australia and in Asia.Familiar species traded in well-known pet markets vary by type and color.

All birds of the finch are small, strong and agile birds. They eat easily and have little to no waste, so finch cages and shelters are hassle-free.

If you already have an outside cage to feed other birds when you want to feed the finches, you can release the finches immediately. If you want to keep it in a cage, hang it or set up a small room in the room, the finches can live happily.

When I searched from past records, it was found … Mr. John Gold, a naturalist and the artist’s wife. (Unidentified) is … the first Gouldian Finch discovered during a tour of Australia in 1883-1884.

Later, Mr. Gold’s wife died on his way back to England. He named the family Lady Gouldian Finch to remember his deceased wife he saw … it was a beautiful bird after his wife … !!!

And later, in 1887, the first black and red-headed finches were introduced to England. Which gets the attention of people who love to raise beautiful birds.

ขอขอบคุณผู้สนับสนุนจาก >>> ยูฟ่าเบท<<<

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ >>> ที่นี่ <<<

  1. นกพิราบ
  2. นกเกาะคอน
  3. นกขุนทอง
  4. นกเอี้ยงหัวสีทอง
  5. นกเอี้ยงหงอน

นกกก

นกกก หรือนกกาฮังเป็นนกที่มีขนาดใหญ่มากและมีขนาดใหญ่ที่สุดในประเภทนกเงือกของไทย ขนาดลำตัว 122 เซนติเมตร ตัวผู้และตัวเมียโดยทั่วไปมีความคล้ายคลึงกัน แต่ตัวผู้จะมีขนาดใหญ่กว่าและแตกต่างกันตรงที่ตัวผู้มีดวงตาสีแดงทับทิมโหนกมีสีดำที่ด้านหน้าและด้านหลัง ตาของผู้หญิงซีดหรือขาว และไม่มีโหนกสีดำจากตรงกลางของต้นอ้อที่ยื่นออกมาจะมีสีเหลืองอ่อนจนถึงสีส้ม สีนี้เกิดจากต่อมน้ำมันด้านล่าง เมื่อนกตายสีนี้ก็หายไปเช่นกัน ในตอนเช้าและตอนเย็นชอบร้องเสียงดัง กก กกหรือ กาฮัง กาฮัง

มีถิ่นกำเนิดในอินเดียตะวันตกเฉียงใต้เช่นเดียวกับพม่าไทยและสุมาตรา สำหรับประเทศไทยพบได้ทั่วไปเกือบทุกภาคยกเว้นภาคกลาง และบางส่วนของภาคตะวันออกเฉียงเหนือและเคยอุดมสมบูรณ์ที่เกาะตะรุเตาพบชนิดย่อย homrai ทางภาคเหนือชนิดย่อย biconnis พบในภาคใต้

นกกก กินผลไม้สุกเช่นกล้วยมะละกอมะเดื่อต้นไทรและสัตว์ขนาดเล็กเช่นกิ้งก่าหนูงูโดยฟาดหางลงบนกิ่งไม้ให้ตายก่อน จากนั้นปิดปากแน่นจนสุดเพื่อให้เนื้อนุ่มและกระดูกหักแล้วโยนขึ้นไปในอากาศอ้าปากให้สัตว์เข้าปากแล้วกลืนเข้าไป

ชอบอาศัยอยู่ในป่าดิบชื้นป่าดิบแล้งและป่าดิบเขา มีต้นไม้สูงชอบอยู่เป็นกลุ่มเล็ก ๆ ฤดูผสมพันธุ์จะอยู่เป็นคู่ชอบกระโดดหรือร้องเพลง ในขณะที่แสวงหาเสียงที่ดังมากเมื่อบินมันจะกระพือปีกสลับกับการร่อน เสียงปีกของพวกมันกระพือปีกเหมือนคนหอบ มักจะเกาะกิ่งไม้โดยเฉพาะไม้ผลในป่าบริเวณของต้นไม้ที่มีผลสุกชนิดที่คุณชอบมันจะมากินทุกวันจนกว่าผลไม้จะหมดไป จึงไปหากินที่ต้นไม้อื่น

นกกก ผสมพันธุ์ตั้งแต่ฤดูหนาวจนถึงฤดูร้อน วางไข่ในโพรงไม้โดยวางไข่ครั้งละ 1-2 ฟอง ก่อนที่จะวางตัวเมียจะเข้าไปในโพรงและทำการตกแต่งก่อนโดยช่วงที่ตัวผู้ของดินผสมกับอุจจาระของตัวเมียจะโบกโพรง หรืออาจใช้อาหารที่กินเข้าไปแล้วสำรอกปิดปากโพรงทิ้งให้มีรูตรงกลางพอให้ตัวเมียยื่นปากออกมา ในขณะที่ตัวเมียอยู่ที่นี่เพื่อฟักไข่และเลี้ยงดูลูก ๆ ของมันตัวผู้จะหาอาหารเพื่อเลี้ยงลูกหลานและภรรยาของมัน ตัวเมียจะผลัดขนและมีขนใหม่ขึ้นเต็มไปหมด ซึ่งคงอยู่พร้อมกับขนที่อ่อนและเต็มไปด้วยขนเมื่อขนเต็มตัวเมียจะจิกปากที่กลวงออกมาและเรียนรู้ที่จะบินไปพร้อมกับทารก

นกกก

The Reed Bird or Kahang is the very large and the largest of the Thai hornbill, body size 122 cm. Male and female are generally similar. But the male is larger and differs in that the male has ruby ​​red eyes, protruding black on the front and back. The woman’s eyes are pale or white. And there are no black protrusions, from the center of the reeds that protrude light yellow to orange. This color is caused by the oil glands below. When the bird dies, this color disappears as well. In the mornings and evenings like to cry loudly or kahang kahang.

It is native to southwest India as well as Burma, Thailand and Sumatra. For Thailand, it can be found in almost every region except the central region. And parts of the Northeast and used to be fertile at Ko Tarutao, the homrai subspecies in the north, the biconnis subspecies are found in the south.

The Reed Bird eats ripe fruits such as bananas, papayas, figs, banyan trees and small animals such as lizards, rats, snakes by throwing their tail onto a branch to die first. Then keep your mouth shut until the meat is tender and broken, and thrown into the air, open the animal’s mouth, and swallow it.

ขอขอบคุณผู้สนับสนุนจาก >>> ยูฟ่าเบท<<<

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ >>> ที่นี่ <<<

  1. นกพิราบ
  2. นกเกาะคอน
  3. นกขุนทอง
  4. นกเอี้ยงหัวสีทอง
  5. นกเอี้ยงหงอน