นกตบยุงหางยาว

นกตบยุงหางยาว เป็นสัตว์ปีกที่อยู่ในวงศ์นกกระยาง นกชนิดนี้มีเพียงสกุลเดียวคือสกุล Tabayung ในประเทศไทยมีนก 6 ชนิด ได้แก่  นกตบยุงพันธุ์มลายู นกตบยุงยักษ์ นกตบยุงภูเขา  นกตบยุงหางยาว นกตบยุงเล็ก และนกตบยุงป่าโคก ซึ่งนกจะงอยปากแบนกว้างไม่ค่อยแข็งแรงปากกว้างรูจมูกมีลักษณะเป็นท่อเล็กน้อยคล้ายกับท่อจมูกของนก ที่มุมปากมีขนยาวลำตัวเรียวหางยาว

ปีกยาวปลายแหลมตาโตเป็นอาหารจำพวกแมลงต่าง ๆ เพื่อหากินโดยการโฉบจับแมลงกลางอากาศ มีนิสัยชอบอยู่คนเดียวนกไม่สร้างรัง แต่จะวางไข่บนพื้นดินและวางไข่ 2 ฟองต่อครอกโดยปกติไข่จะไม่มีรูปแบบลูกไก่จะอยู่ในไข่จนกว่าจะสุกเพียงพอก่อนที่จะฟัก มีขนลงหรือขนลงปกคลุมลำตัว ตาสามารถเปิดได้ แต่ลูกนกยังต้องให้พ่อแม่ป้อนอาหารให้

นกตบยุงหางยาว

ขนาดลำตัว: 31.5-33 เซนติเมตรในขณะที่เกาะที่ปลายหางจะยาวกว่านกชนิดอื่น ๆ ตัวผู้: หัวสีน้ำตาลเหลือง แถบคาดกลางสีน้ำตาลเข้มหนวดและแถบด้านข้างเป็นสีขาวอย่างชัดเจน ปลายขนคลุมปีกแต้มด้วยสีน้ำตาลอ่อนหรือขาวเป็น 4 แถบต่อเนื่องกันทั่วลำตัว ท้ายทอยสีน้ำตาลแดงไหล่มีเส้นสีดำชัดเจน ขณะบินปลายขนปีกบินมีจุดสีขาวขนาดใหญ่ชัดเจน หางคู่ด้านนอกมีสีขาว ตัวเมีย: จุดสีขาวบนปีกมีสีน้ำตาลเหลือง ปลายหางมีสีขาวปนเหลืองมองไม่ชัด เสียง: ก้อง “จุ๊กจุ๊ก” หรือ

“จุ๋ง” ต่อเนื่องเป็นจังหวะ ออกหากินเวลากลางคืนกินแมลงโดยหมอบอยู่บนพื้นดินหรือเกาะกิ่งไม้แห้งเมื่อแมลงบินผ่านมาพวกมันจะบินด้วยปาก ในระหว่างวันพวกเขามักจะหมอบลงบนต้นไม้หรือนอนลงบนพื้น ใต้ร่มไม้หรือหญ้าที่มีใบไม้หรือหญ้าร่วงหนาแน่น การผสมพันธุ์: ผสมพันธุ์ในช่วงฤดูร้อนระหว่างเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคมในการเกี้ยวพาราสี นกตัวผู้วิ่งไปรอบ ๆ ตัวเมียกระดิกหางผายขนสีขาวรอบคอ พร้อมกับร้องไห้เหมือนกบนกชนิดนี้ไม่สร้างรัง แต่จะวางไข่ที่พื้นในรังมักพบไข่ 2

ฟองสีครีมและสีเหลือง หรือสีเนื้ออมชมพูมีลายจุดดอกไม้ตาสีเทาหรือสีแดงอมเทา พ่อแม่ทั้งสองจะช่วยกันฟักไข่ ระยะฟักตัว 16 – 20 วัน แหล่งที่อยู่อาศัย: ป่าโปร่ง และพื้นที่โล่งต่างๆที่ราบสูงถึง 2,135 เมตรมักพบตามเส้นทางเลียบคลองป่า ได้แก่ ป่าเต็งรังป่าเบญจพรรณและป่าดิบแล้งเขตการกระจายพันธุ์: พบในปากีสถานอินเดียจีนตะวันตกเฉียงใต้ไหหลำเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หมู่เกาะอันดามันหมู่เกาะซุนดาใหญ่และออสเตรเลียตอนเหนือ สถานะ: นกประจำถิ่นพบบ่อยบางชนิดเป็นนกอพยพระยะสั้น

นกตบยุงหางยาว อาหารหลักคือแมลงออกหากินเวลากลางคืนหลายชนิด รวมทั้งแมลงเม่าแมลงปีกแข็งและแมลงเม่าอื่น ๆ รวมทั้งแมลงเม่าหรือแม้แต่จิ้งหรีดที่อยู่ตามพื้นดินเพื่อเป็นอาหารยุงก็ไม่ได้เป็นอาหารของมัน แต่ด้วยลีลาการบินที่กระพือปีกช้าๆสลับกันไปมาและยกปีกขึ้นเป็นรูปตัว V Fly back ทำให้ฉวัดเฉวียนดูเหมือนว่าเขากำลังต่อสู้อยู่กลางอากาศเมื่อพระอาทิตย์ตกนกจะเริ่มมองหาอาหารตลอดทั้งคืน โดยการโฉบไปจับแมลงกลางอากาศในระดับเรือนยอดหรือหมอบกับพื้นหรือเกาะกิ่งไม้เมื่อแมลงบินผ่านมันจะจับแมลงด้วยปากอย่างรวดเร็ว ด้วยเหตุนี้นกกาน้ำหางยาวจึงเป็นนกที่ช่วยควบคุมความอุดมสมบูรณ์ของแมลงในธรรมชาติให้อยู่ในภาวะสมดุล

Long-tailed wagtail is a bird that belongs to the Egret family. There is only one genus of this bird, the genus Tabayung. In Thailand, there are 6 types of birds: the Malayan Tabayung, the Giant Tabayung, the Mountain Tabayung. Long-tailed birds, small-tailed birds, and small-tailed birds of Khok. The bird’s beak is flat, wide and not very strong. The mouth is wide, the nostrils are slightly tubular, similar to the nostrils of birds. At the corners of the mouth there is a long fur, a tapered body and a long tail.

Its long pointed wings and big eyes are food for various insects to feed on by hovering around to catch insects mid-air. Has a habit of being alone, birds do not build nests. Instead, it lays on the ground and lays 2 eggs per litter.Usually, the eggs do not form, the chicks stay in the eggs until they are ripe enough before hatching. Having down or down hair covering the body Eyes can open But the chicks still need their parents to feed them.

ขอขอบคุณผู้สนับสนุนจาก >>> ยูฟ่าเบท<<<

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ >>> ที่นี่ <<<

  1. นกพิราบ
  2. นกเกาะคอน
  3. นกขุนทอง
  4. นกเอี้ยงหัวสีทอง
  5. นกเอี้ยงหงอน

เหยี่ยวรุ้ง

เหยี่ยวรุ้ง เป็นเหยี่ยวขนาดกลาง – ใหญ่ขนาดลำตัวประมาณ 51 ถึง 71 เซนติเมตร ทั้งตัวผู้และตัวเมียมีลักษณะเหมือนกันส่วนหัวและหงอนมีลักษณะคล้ายพัดสีดำมีลายขาวซีด ลำตัวด้านบนสีน้ำตาลเข้ม โดยเฉพาะปีกจะมีจุดสีขาวกระจัดกระจาย ลำตัวด้านล่างมีสีน้ำตาลและมีจุดสีขาวกระจัดกระจาย ตัวเต็มวัยที่บินขณะบินจะเห็นแถบสีขาวกว้างที่หาง และใต้ปีกอย่างชัดเจน

เหยี่ยวรุ้ง ชอบกินงูรวมทั้งงูพิษนอกจากนี้ยังกินนกขนาดเล็ก และสัตว์เลื้อยคลานอื่น ๆ ด้วยพบได้ในอินเดียจีนไหหลำไต้หวันพม่าไทยอินโดจีนมาเลเซียในประเทศไทยพบได้ทุกภาคในปริมาณปานกลาง

พวกมันอาศัยอยู่ในป่าที่ราบและในป่าบนยอดเขาที่อยู่ใกล้ ๆ ซึ่งมักจะเห็นน่านน้ำบินเป็นวงกลมในระยะทางที่สูงมากหาอาหารและบินที่ความสูง 1,500 เมตรจากระดับน้ำทะเล เหยี่ยวรุ้งผสมพันธุ์ได้ประมาณหนึ่งเดือน พฤษภาคม – มิถุนายนวางไข่ครั้งละ 1 ฟองหรือสีขาวแกมเขียวทั้งสองเพศช่วยกันฟักไข่เป็นเวลา 26-28 วัน

เหยี่ยวรุ้ง

Rainbow Hawk is a medium-large hawk, approximately 51 to 71 centimeters in size. Both males and females have the same characteristics, head and crest, resembling a black fan with a pale white pattern. The upper body is dark brown. Especially the wings are scattered with white spots. The lower body is brown with scattered white spots. Adults that fly while flying will see a wide white stripe on their tail. And clearly under the wings.

Rainbow Hawk loves to eat snakes, including vipers. They also eat small birds. And other reptiles as well.They can be found in India, China, Hainan, Taiwan, Burma, Thailand, Indochina, Malaysia.In Thailand, they can be found in all regions in moderate quantities.

They live in forests, plains and in nearby hilltop forests, where the waters are often seen circling at very high distances, foraging and flying at an altitude of 1,500 meters above sea level. Rainbow Hawks breed for about one month from May to June, laying one egg each time or greenish white, both sexes hatch for 26-28 days.

ขอขอบคุณผู้สนับสนุนจาก >>> ยูฟ่าเบท<<<

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ >>> ที่นี่ <<<

  1. นกพิราบ
  2. นกเกาะคอน
  3. นกขุนทอง
  4. นกเอี้ยงหัวสีทอง
  5. นกเอี้ยงหงอน


นกกางเขนดง

นกกางเขนดง เป็นนกในวงศ์ Muscicapidae ที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับนกกางเขนบ้าน แตกต่างกันที่นกกางเขนดงสีส่วนท้องเป็นสีน้ำตาลแดงสด และหางก็ยาวกว่าปีกและลำตัวมากมีเสียงร้องที่ไพเราะ ชาวตะวันตกที่เข้าไปในอินเดียและพบนกชนิดนี้เรียกว่านกไนติงเกลอินเดีย

นกกางเขนดง โดยทั่วไปนกกางเขนดงจะมีจะงอยปากหนาที่ปลายจะงอยปากบนเฉียงลงเล็กน้อย ความยาวของปากมากกว่าครึ่งหนึ่งของความยาวของหัวมีขนสั้นแข็งมุมปากมนและขนที่ปลายปีกมี 10 เส้นหางมีขน 12 เส้นขนหางมี คู่ซึ่งแต่ละคู่เรียงซ้อนกัน ขาและนิ้วเท้าใหญ่แข็งแรงทำให้กระโดดได้อย่างคล่องแคล่วส่วนล่างของขามีขนาดใหญ่คล้ายปลอกหุ้มขา นิ้วเท้ายื่นออกไปข้างหน้า 3 นิ้วและหลัง 1 นิ้วเหมาะสำหรับเกาะกิ่งไม้และกระโดด ความยาวจากปลายปากถึงปลายหางประมาณ 28 ซม. หางประมาณ 15 – 19 ซม. นกกางเขนบ้านมีหางประมาณ 9 ซม.

ตัวผู้: มีสีดำและสีน้ำเงินที่หัวคอหน้าอกหลังไหล่รวมถึงขนคลุมปีกตัดกับตะโพกขนที่โคนหางเป็นสีขาวบริสุทธิ์ จนมองเห็นได้ชัดเจนขนที่กลางปีกเป็นสีดำด้านในขณะที่ขนหาง 2 คู่ล่างมีสีขาวสนิท ช่วงล่างของร่างกายส่วนที่อยู่ถัดจากหน้าอกลงมา จนถึงท้องจนขนคลุมโคนหางเป็นสีน้ำตาลแดง. ลักษณะสีโดยรวมของสีมี 3 สีตัดกันคือดำขาวและน้ำตาลแดงมีม่านตาสีน้ำตาลเข้มปากสีดำสนิทขานิ้วเท้าและเล็บมีสีจาง ๆ

นกกางเขนดง

ตัวเมีย: หางสั้นกว่าตัวผู้ขนที่หัวคออกและหลังมีสีเทาหม่น กระหม่อมและหลังไหล่อาจมีเหลือบเล็กน้อยกลางปีกปลายปีกและขนหาง 2 คู่บนมีสีเทาเข้มซึ่งเป็นขนหาง 2 คู่คู่ต่อไปคือ สีเทาเข้มครึ่งฐานและครึ่งปลาย ขนหางมีสีขาว 2 คู่ ด้านล่างเป็นสีขาวสนิท สะโพกและขนคลุมโคนหางสีขาว ด้านล่างของลำตัวมีสีน้ำตาลอมส้ม ม่านตาสีน้ำตาลเข้มขานิ้วเท้าและเล็บมีสีจาง ๆ เหมือนตัวผู้

Dong magpie is a bird of the family Muscicapidae that is closely related to the house magpie. Different in color, the magpie is a bright reddish-brown belly. And the tail is much longer than the wings and body. A westerner who entered India and found this bird called the Indian Nightingale.

Magpie Thrush magpies generally have a thick beak at the end of the upper beak slightly downward. The length of the mouth is more than half the length of the head. It has ten stiff short hairs, rounded corners and 10 hairs at the end of the wing. The tail has 12 hairs. The legs and toes are big, strong, making it a great jumping ability. Toe protrusion 3 inches forward and 1 inch back, suitable for clinging on branches and jumping. The length from the tip of the beak to the tip of the tail is about 28 cm, the tail is about 15 – 19 cm, the magpie has a tail about 9 cm.

ขอขอบคุณผู้สนับสนุนจาก >>> ยูฟ่าเบท<<<

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ >>> ที่นี่ <<<

  1. นกพิราบ
  2. นกเกาะคอน
  3. นกขุนทอง
  4. นกเอี้ยงหัวสีทอง
  5. นกเอี้ยงหงอน

นกเงือกคอแดง

นกเงือกคอแดง ขนาดลำตัวยาว 116 ซม. ทั้งสองเพศมีลักษณะที่แตกต่างกัน ตัวผู้มีหัวคอและอกส่วนบนเป็นเหล็กสีสนิม อกล่างสีน้ำตาลแดงอันเป็นที่มาของชื่อหลังส่วนล่างและปีกมีสีดำและเขียว ขนปีกบินปลายสีขาว หางยาวสีดำสีขาวม่านตาสีแดงหนังรอบดวงตาสีเขียวอมฟ้าสดใสถุงสีแดงอมส้มใต้คอจะงอยปากสีขาวเหลืองซีดยกแนวทแยงมุม 8 ข้างในขณะที่นกตัวเมียจะมีขนาดเล็กกว่า ขนตามลำตัวเป็นสีดำตลอด

นกเงือกคอแดง ได้ชื่อว่าเป็นนกเงือกที่สวยงามที่สุดชนิดหนึ่ง เป็นสีที่แตกต่างจากนกเงือกอื่น ๆ ที่มีเพียงสองสีคือสีขาวและสีดำ

นกเงือกคอแดง เป็นนกที่พบได้ในป่าดงดิบที่ระดับความสูง 800-2,000 เมตรจากระดับน้ำทะเล พบในเนปาลทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีนพม่าลาวตอนเหนือและเวียดนามตอนเหนือ ในประเทศไทยพบได้ในพื้นที่ป่าตะวันตกเช่นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผางอุทยานแห่งชาติทุ่งใหญ่นเรศวร – ห้วยขาแข้ง และอุทยานแห่งชาติแม่วงก์มีพฤติกรรมกินผลไม้บนเรือนยอดไม้ บางครั้งพบกระโดดเก็บผลไม้

ที่หล่นตามพื้น เสียงร้องเหมือนสุนัขเห่า ในประเทศไทยพบวางไข่ตั้งแต่เดือนมกราคมจนถึงเดือนพฤษภาคม นกเงือกทำรังบนโพรงไม้สูงจากพื้นดินประมาณ 10-30 เมตร นกตัวเมียจะปิดโพรงจากด้านในโดยใช้มูล ผลไม้และอาหารที่นกอาเจียนผสมกับโคลนที่นกนำมา วางไข่ครั้งละ 2 ฟองระยะฟักตัวประมาณ 30 วันนอกฤดูผสมพันธุ์นกเงือกคอแดงจะอาศัยอยู่เป็นคู่หรือเป็นกลุ่มเล็ก ๆ 4-5 ฟอง

นกเงือกคอแดง

Red-necked hornbill Body size is 116 cm. Both sexes have different characteristics. Males are rust-colored with iron head, neck and upper chest. The lower chest is reddish-brown, which is the origin of the name. The lower back and wings are black and green. Wing feathers, white tip, black-white long tail, red iris, bright bluish-green periphery, reddish-orange bags under the neck, 8 pale-yellow beaks raised diagonally, while female birds are in size. Smaller than His hair is always black.

Red-necked hornbill is known as one of the most beautiful hornbills. It is a different color from other hornbills in that it only has two colors: white and black.

Red-necked hornbill This bird is found in the rainforest at an altitude of 800-2,000 meters above sea level. Found in Nepal, southwestern China, Myanmar, northern Laos and northern Vietnam. In Thailand, it can be found in western forest areas such as Um Phang Wildlife Sanctuary, Thung Yai Naresuan-Huai Kha Khaeng National Park and Mae Wong National Park. Sometimes I come across fruit picking.

ขอขอบคุณผู้สนับสนุนจาก >>> ยูฟ่าเบท<<<

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ >>> ที่นี่ <<<

  1. นกพิราบ
  2. นกเกาะคอน
  3. นกขุนทอง
  4. นกเอี้ยงหัวสีทอง
  5. นกเอี้ยงหงอน

นกหกใหญ่

นกหกใหญ่ หรือนกแก้วสีฟ้าเป็นนกที่มีลักษณะสั้น (รูปร่างคล้ายอเมซอน) บองไทยอีกชนิดหนึ่งจัดอยู่ในประเภทสัตว์ป่าคุ้มครองตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าพ. ศ. พ.ศ. 2535

นกหกใหญ่ นกตัวผู้หัวสีเทาอมฟ้าสีขนท้ายทอยถึงไหล่เป็นสีน้ำเงินเข้มจนถึงสีน้ำเงินเข้มด้านหลังใต้คอถึงก้นท้องสีเขียวอมเทามะกอกอ่อน โคนหางและขนปกคลุมด้านบนของหางสีน้ำเงินเข้ม แต่ที่ปลายหางขนด้านข้างเป็นสีเหลือง มีขนหางสีเขียวเข้มขนปกคลุมหางล่างและตะโพกมีสีเขียวอมเหลือง แต่ที่

ปลายขนเป็นสีน้ำเงินที่ส่วนหัวของปีกส่วนที่ยาวต่อไปถึงไหล่มีแถบสีม่วงแดงแคบ ๆ ขนใต้ปีกตั้งตรงและขนใต้ปีกมีสีแดงสด ขนคลุมปีกส่วนใหญ่มีสีเขียว แต่จะมีขอบของขนสีเหลืองมีลักษณะเหมือนกันและเห็นเป็นนกที่มีปีกสีเขียวอมเหลืองจะงอยปากบนสีส้มแดงจะงอยปากล่างสีเทาดำหรือน้ำตาลอมเทาขาสีเขียวอมเทา ม่านตาสีเหลืองอ่อน

นกหกใหญ่ นกตัวเมียมีสีน้ำตาลเข้ม จากด้านข้างของใบหน้าเห็นเป็นสีน้ำตาลอ่อนสีของลำตัวโดยทั่วไปเป็นสีเขียวอ่อน ปีกมีสีเขียวเข้มจนเกือบดำ มีขนสีเหลืองหัวสีน้ำตาลเข้ม แต่จะค่อยๆจางลงกลางหลังสีน้ำเงิน แต่ไม่ยาวเท่าตัวผู้ปั๊มที่โคนหางมีแถบสีฟ้าจาง ๆ มองไม่ชัดต้องสังเกตให้ดีจึงจะเห็นจงอยปากบนและล่างเป็นสีเทาดำหรือน้ำตาลเทา

นกหกใหญ่

A big bird or a blue parrot is a short-lived bird. (Amazon-like shape), another type of Thai bong, is classified as a protected wildlife under the Wildlife Preservation and Protection Act. Fri. 1992.

Big bird The male is bluish gray, the occiput to the shoulders is dark blue to dark blue, the back below the neck to the bottom of the belly, light olive-gray. The base of the tail and the fur cover the top of the tail dark blue. But at the end of the tail, the side hairs are yellow. The tail is dark green, the feathers covering the lower tail and the rump are yellowish green.

The tip of the feathers is blue on the head of the wing, extending to the shoulders, with a narrow magenta stripe, the feathers under the wings are erect, and the feathers under the wings are bright red. Most of the feathers covering the wings are green. But the edges of the yellow feathers look the same and see a bird with yellowish green wings, orange-red upper beak, lower beak gray-black or grayish-brown, grayish green legs. Light yellow iris.

Big Bird Female birds are dark brown. From the sides of the face you can see a light brown color, the body color is generally light green. The wings are dark green until almost black. It has yellow hair, dark brown head. But will gradually fade in the middle of the blue back But it is not as long as the body pump. At the base of the tail, there is a faint blue stripe

ขอขอบคุณผู้สนับสนุนจาก >>> ufa191<<<

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ >>> ที่นี่ <<<

  1. นกพิราบ
  2. นกเกาะคอน
  3. นกขุนทอง
  4. นกเอี้ยงหัวสีทอง
  5. นกเอี้ยงหงอน


นกหกเล็กปากดำ

นกหกเล็กปากดำ นกขนาดเล็กปากสีดำตัวผู้และตัวเมียมีลักษณะที่แตกต่างกัน เพศผู้มีสีขนลำตัวด้านบนสีเขียวสดใส ด้านล่างมีสีจางกว่าและมีสีเหลือง ตรงกลางศีรษะมีสีดำและสีน้ำเงิน บริเวณหน้าอกมีแถบสีแดง ด้านหลังมีแถบสีเหลืองปากสีดำตัวเมียแตกต่างจากตัวผู้กล่าวคือตรงกลางหัวเป็นสีดำหน้าอกไม่มีแถบสีแดงด้านหลังไม่มีสีเหลือง ดังนั้นตัวผู้จึงดูสวยกว่าตัวเมีย

เป็นนกขนาดเล็กปากสีดำยาวจากปลายปากถึงปลายลำตัว 12-14.5 เซนติเมตรคอสั้นหัวโตตัวเล็กปากหนาและค่อนข้างแบน ปากบนโค้งลงปลายปากแหลมปกคลุมริมฝีปากล่างลิ้นสั้นก้อนหนาฐานของริมฝีปากบนเป็นผิวหนังเปลือยเปล่ามีรูจมูกเปิดสองข้างปีกกว้างและปลายปีกแหลม ปลายปีกมีขน 10 เส้นขนหางสั้นมากและหางมน ข้างหน้า 2 นิ้วและหลัง 2 นิ้วปากสีดำม่านตาสีน้ำตาลไหม้ ขาและนิ้วเท้ามีสีน้ำตาลแกมเหลือง คนสองเพศมีสีที่แตกต่างกัน

นกหกเล็กปากดำ

นกหกเล็กปากดำ ชอบอาศัยอยู่ในป่าโปร่งการปลูกในสวนมักหาอาหารเป็นกลุ่มใหญ่ และเกาะอยู่บนต้นไม้ที่มีผลไม่ชอบบิน แต่มักใช้ปากช่วยจับกิ่งไม้และปีนขึ้นต้นไม้ เวลานอนพวกเขาห้อยหัวลงโดยเกาะขากับกิ่งไม้ นกวางไข่ขนาดเล็กผสมพันธุ์ระหว่างเดือนมกราคมถึงมีนาคม พวกมันสร้างรังตามโพรงไม้ และวางไข่ครั้งละ 3 ฟอง

Small black-billed birds The male and female small black-billed birds have different characteristics. Males have bright green upper body hair color. The bottom is lighter in color and yellow. In the middle of the head are black and blue. The chest area has a red stripe. The back has yellow stripes, the mouth is black, the female is different from the male, that is, the middle of the head is black, the chest has no red stripes, the back is not yellow. Therefore, the male looks more beautiful than the female.

This is a small bird with a black mouth, 12-14.5 centimeters long from the tip of the beak to the tip of the body, short neck, big head, small, thick and flat beak. The upper mouth is curved downward, the tip of the mouth is pointed, covering the lower lip, a thick, thick tongue. The base of the upper lip is bare skin, with two open nostrils, wide wings and pointed wingtips. 2 inches and behind 2 inches, mouth black, iris burnt brown The legs and toes are fawn. There are two genders of different colors.

The black-billed bird loves to live in sparse forests, growing in gardens often foraging in large groups. And perched on a tree whose fruit did not like flying But often use their mouth to catch branches and climb up trees When they sleep, they hang their heads down, clinging to a branch with their legs. The birds lay small eggs, breeding between January and March. They build nests in hollow trees.

ขอขอบคุณผู้สนับสนุนจาก >>> ufa191<<<

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ >>> ที่นี่ <<<

  1. นกพิราบ
  2. นกเกาะคอน
  3. นกขุนทอง
  4. นกเอี้ยงหัวสีทอง
  5. นกเอี้ยงหงอน

Chinese egret

Chinese egret เป็นนกน้ำจืดเอเชียตะวันออกชนิดหนึ่งในวงศ์ยาง เป็นหนึ่งในหกสายพันธุ์ที่อยู่ในสกุล Ardeola มันเป็นสายพันธุ์พาราพาตริกหรือเกือบจะเหมือนกับฝูงอินเดีย ทางทิศตะวันตกและนกยางกินปลาชวาทางตอนใต้นกทั้งสามชนิดนี้น่าจะประกอบกันเป็นสายพันธุ์พิเศษ นกเหล่านี้

เป็นญาติของนกกระสานกกระสาและนกอีลองกัสมาดากัสการ์ จนถึงกลางปี 2554 ยีนของสกุลนี้ไม่ได้รับการวิเคราะห์และมีความสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน และยังไม่มีการวิเคราะห์กระดูกเพื่อเปรียบเทียบนกที่เป็นที่รู้กันว่าเป็นสายพันธุ์ที่พบมากที่สุด ยังเป็นประเด็นในประเทศไทยในฐานะสัตว์ป่า

คุ้มครองตาม พ.ร.บ. สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 จึงห้ามล่าพยายามล่าห้ามค้าห้ามนำเข้าหรือส่งออกห้ามครอบครองหรือเพาะพันธุ์ อย่าเก็บหรือทำอันตรายต่อรัง การห้ามการครอบครองและการค้าใช้กับไข่และซากสัตว์

นกตัวเดียวอาจเร่ร่อนไปที่อื่น มีรายงานในปี 1995 ว่ามีการพบเห็นขนนกผสมพันธุ์ที่แม่น้ำ Bonzon ใกล้ Gangaw ในเขต Makwe (Sheen) ของเมียนมาร์ นอกเหนือจากโซนตะวันตกของสปีชีส์แล้วรายงานในปี 1997 พบว่ามีนกนอนพักอยู่บนเซนต์ปอลอลาสก้าซึ่งเป็นการบันทึกการพบเห็นนกครั้งแรกในสหรัฐอเมริกาสัตว์นักล่าปลาและกุ้ง โดยปกติพวกมันจะทำรังกับนกยางต่างสายพันธุ์และวางไข่ 3-6 ฟองสีเขียวอมฟ้า

Chinese egret เป็นสัตว์ที่พบได้บ่อยและไม่ถูกจัดอยู่ในประเภทใกล้สูญพันธุ์ โดยสหภาพนานาชาติเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ แต่ในประเทศไทยเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 จึงห้ามล่าพยายามล่าค้านำเข้าหรือส่งออกครอบครองห้ามเพาะพันธุ์ อย่าเก็บหรือทำอันตรายต่อรัง การห้ามการครอบครองและการค้าใช้กับไข่และซากสัตว์

Chinese egret

is a type of East Asian freshwater bird in the Yang family. It is one of six species belonging to the Ardeola genus. It is a paraplegic or almost identical to the Indian herd. In the west, and the Javanese egret in the south, these three birds should make up a special species. These birds

It is a relative of the Stork, Stork and Elongus of Madagascar until mid-2011. The genes of this genus were not analyzed and correlated with each other. And no bones have been analyzed to compare birds that are known to be the most common. It is still an issue in Thailand as a wildlife.

Protected in accordance with the Wildlife Conservation and Protection Act 1992, prohibits hunting, trying to hunt, trade, import or export, or possess or breed. Do not store or harm the nest. The possession and trade ban applies to eggs and carcasses.

ขอขอบคุณผู้สนับสนุนจาก >>> ufa191<<<

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ >>> ที่นี่ <<<

  1. นกพิราบ
  2. นกเกาะคอน
  3. นกขุนทอง
  4. นกเอี้ยงหัวสีทอง
  5. นกเอี้ยงหงอน

ไก่ฟ้าหลังเทา

ไก่ฟ้าหลังเทา เป็นไก่ฟ้าที่พบในป่าทึบโดยเฉพาะบริเวณเชิงเขาของเทือกเขาหิมาลัย จากแม่น้ำสินธุไปทางตะวันตกถึงประเทศไทยมันถูกนำเข้ามาในรัฐฮาวาย (แต่ค่อนข้างหายาก) ซึ่งถูกจัดให้เป็นชนิดพันธุ์ต่างถิ่นที่กินและแพร่กระจายพันธุ์พืชต่างถิ่น ขนตัวผู้แตกต่างกันไปตามพันธุ์ย่อย

แต่อย่างน้อยมันก็มีขนสีดำและสีน้ำเงิน ในขณะที่ตัวเมียมีสีน้ำตาลอย่างสมบูรณ์ทั้งสองเพศมีสีแดงอมเทาซ่อนอยู่ สามสายพันธุ์ทางตะวันออก (oatesi, lineata และ crawfurdi) ถูกคุกคามและ moffitti ซึ่งไม่ทราบสถานะ

ไก่ฟ้าหลังเทา เป็นญาติใกล้ชิดของไก่ฟ้าหลังขาวและเป็นลูกผสมจากไก่ฟ้าสองตัว การจัดวางอนุกรมวิธานของ lineata และ crawfurdi ยังคงเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ว่าพวกมันควรถูกจัดให้เป็นชนิดย่อยของไก่ฟ้าหลังเทา หรือไก่ฟ้าหลังขาวมีขาสีเทาเหมือนไก่ฟ้าหลังเทา แต่มีชุดขนคล้ายกับไก่ฟ้าหลังขาว เหตุผลประการหนึ่งที่ควรจัดเป็นไก่ฟ้าหลังขาวชนิดย่อยคือ lineataและcrawfurdi

ซึ่งพบทางตะวันออกของแม่น้ำอิระวดี จากตัวแบ่งทางสัตววิทยาอีกชนิดหนึ่งของไก่ฟ้าหลังพบที่ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำ (oatesi ซึ่งเป็นไก่ฟ้าชนิดย่อยที่รายงานว่าอยู่ทางตะวันออกของแม่น้ำ) แต่ไม่ถูกต้อง) อ้างอิงจาก mtDNA ล่าสุด ช่วยยืนยันว่า lineata และ crawfurdi ควรเป็นไก่ฟ้าหลังเทาชนิดย่อย

ตัวผู้ยาว 63-74 ซม. ตัวเมียยาว 50-60 ซม. มีลำตัวกลมชนิดย่อยแบ่งออกเป็นสองกลุ่ม พบสองตัว (williamsi, oatesi, lineata และ crawfurdi) ทางทิศตะวันออก ในตัวผู้ตัวแรกมีขนสีดำ – น้ำเงินเหลือบรุ้ง กระหม่อมขาวแฮมมิลตันสีขาว (อีกชนิดหนึ่งคือดำ – น้ำเงิน) ในกลุ่มที่สองกระหม่อมสีดำ – น้ำเงินเหลือบดำ หางสีขาวและส่วนบน (หรือสีเทาจาง ๆ ) ผสมกับขนแน่นเป็นหยักศกสีดำ

ฤดูผสมพันธุ์อยู่ในช่วงเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคมและพวกมันจะทำรังในแอ่งบนพื้นดินใต้กอรก หนุนรังด้วยใบหญ้าแห้งวางไข่ครั้งละ 6 ถึง 9 ฟอง ไข่มีตั้งแต่ครีมไปจนถึงสีแดง ตัวเมียใช้เวลา 24-25 วันในการฟักไข่เพียงฟองเดียว ลูกนกเกิดมาโดยมีขนปกคลุมทั้งตัว สามถึงสี่ชั่วโมงหลังจากออกจากไข่หรือเมื่อขนแห้งคุณสามารถตามแม่ไปหาอาหารได้

ไก่ฟ้าหลังเทา

Pheasant tail is a pheasant found in dense forests, especially in the foothills of the Himalayas. From the Indus River west to Thailand, it was imported into the state of Hawaii. (But relatively rare), which is classified as an endemic species that eats and spreads alien plant species. Male coat varies with subspecies.

But at least it has black and blue hair. While the female is completely brown, both sexes have a hidden reddish-gray color. Three eastern species (oatesi, lineata and crawfurdi) are threatened and the moffitti, status unknown.

Pheasant with gray back is a close relative of the white back pheasant and is a hybrid from two pheasants. The taxonomic placement of lineata and crawfurdi remains controversial that they should be classified as a subspecies of the humpback pheasant. Or a white-back pheasant with gray legs like a gray back pheasant But has a set of feathers similar to a white-back pheasant One of the reasons it should be classified as a subspecies of white back pheasant is lineata and crawfurdi

It is found east of the Irrawaddy River. Another zoological divider of the latter pheasant was found on the west bank of the river (oatesi, a subspecies of pheasants reported to be east of the river)

ขอขอบคุณผู้สนับสนุนจาก >>> ufa191<<<

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ >>> ที่นี่ <<<

  1. นกพิราบ
  2. นกเกาะคอน
  3. นกขุนทอง
  4. นกเอี้ยงหัวสีทอง
  5. นกเอี้ยงหงอน

นกกะรางหัวขวาน

นกกะรางหัวขวาน เป็นนกขนาดกลางที่มีสีสันสวยงามและมีลักษณะเด่นที่จำได้ง่ายเนื่องจากมีหงอน (นกหัวขวาน) เหมือนหมวกอินเดียแดงพบได้ทั่วทวีปแอฟริกายูเรเซียและทั่วประเทศไทย มันเป็นสายพันธุ์เดียวที่รอดชีวิตจากตระกูล Upupidae มีพันธุ์ย่อยเฉพาะบนเกาะเซนต์เฮเลนา (ในมหาสมุทรแอตแลนติก

ตอนใต้) ที่สูญพันธุ์ไปแล้วและมีเพียงเกาะมาดากัสการ์เท่านั้นที่บางครั้งจำแนกเป็นสปีชีส์ของตัวเองชื่อภาษาละติน Upupa คล้ายกับชื่อภาษาอังกฤษว่า “hoopoe” เป็นการเลียนเสียงของนก นกกะรางหัวขวานเป็นนกประจำชาติของอิสราเอล เป็นสัตว์ป่าคุ้มครองในประเทศไทยตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าพ. ศ. พ.ศ. 2535

นกกะรางหัวขวาน ถูกจัดอยู่ใน clade ของอันดับของ Jay ซึ่งรวมถึง Kingfisher, Weaver และ Centipede ความสัมพันธ์ใกล้ชิดระหว่างนกชนิดนี้กับครอบครัวนก Phoeniculidae (woodhoopoe) มีให้เห็นในโกลน (เช่นกระดูกในหูชั้นกลาง) ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของนกทั้งสองวงศ์ ในอนุกรมวิธานของนก Sibley-Ahlquist นกเหล่านี้ถูกจัดอันดับแยกกันเป็น Upupiformes (ไม่ใช่ Coraciiformes) และนักวิชาการบางคนรวมถึงนกในสกุล Phoeniculidae เข้าอันดับแยกกันเช่นกัน

นกกะรางหัวขวาน เป็นนกขนาดกลาง ลำตัวเรียวยาวประมาณ 25-32 ซม. ปีกกว้างประมาณ 44-48 ซม. น้ำหนักประมาณ 46-89 กรัม มีลักษณะที่จำง่ายคือมีหงอนคล้ายหมวกของชาวอินเดียแดงในอดีต มีปากที่ยาวค่อยๆโค้งเป็นสีดำ โคนปากสีน้ำตาลอ่อน ลำตัวมีลายขวางสีน้ำตาลอ่อน หรือขาวและดำมีลักษณะเหมือนกันทั้งตัวผู้และตัวเมีย แต่ตัวเมียมีขนาดเล็กกว่าและมีสีอ่อนกว่าตัวผู้เล็กน้อย

นกกะรางหัวขวาน

The hoopoe is a colorful and distinctive mid-sized bird that is easily recognizable due to its crest (woodpecker) like the Indian red Indian hat. Found throughout Africa, Eurasia, and all over the world. Thailand It is the only survivor of the Upupidae family, with a specific subspecies on the island of Saint Helena. (In the Atlantic Ocean.

Southern) is now extinct, and only Madagascar is sometimes classified as its own species. The Latin name Upupa, similar to the English name “hoopoe,” mimics the sound of birds. The hoopoe is the national bird of Israel. It is a protected wildlife in Thailand under the Wildlife Preservation and Protection Act, Por. Fri. 1992.

The hoopoe is placed in the clade of Jay’s rank, which includes Kingfisher, Weaver, and Centipede. The close relationship between this bird and its bird family. Phoeniculidae (woodhoopoe) are seen in stirrups. (Such as the bone in the middle ear), which is characteristic of both birds family. In the taxonomy of birds Sibley-Ahlquist These birds are classified separately as Upupiformes (not Coraciiformes), and some scholars include birds of the genus. Phoeniculidae They entered the rankings separately as well.

ขอขอบคุณผู้สนับสนุนจาก >>> ufa191<<<

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ >>> ที่นี่ <<<

  1. นกพิราบ
  2. นกเกาะคอน
  3. นกขุนทอง
  4. นกเอี้ยงหัวสีทอง
  5. นกเอี้ยงหงอน

นกยูงไทย

นกยูงไทย เป็นไก่ฟ้าขนาดใหญ่ นกตัวผู้สามารถมีความยาวได้ถึง 3 เมตรโดยหางสามารถมีน้ำหนักได้ถึง 5 กก. ตัวเมียยาว 1.1 ม. น้ำหนักประมาณ 1.1 กก. ปีกนก 1.2 ม. ขนลำตัวมีสีเขียวประกายฟ้าที่ปีกและสีทองแดงด้านข้าง ลักษณะลำตัวมีลายเกล็ดพราวไปทั่วตัว ขนปีกบินสีน้ำตาลแดงขนคลุมโคน

หางขยายยาวมาก มีสีเขียวและมีจุดรอบดวงตาที่ขอบเป็นสีน้ำเงินและสีน้ำเงิน นกตัวเมียโดยทั่วไปมีลักษณะเหมือนนกตัวผู้ แต่ขนจะมีสีเขียวน้อยกว่าและมีแต้มสีน้ำตาลเหลืองอยู่ทั่วไป ขนที่ปกคลุมโคนหางไม่ยื่นออกมาเหมือนในนกตัวผู้ นกยูงไทยบินได้ดีกว่านกยูงอินเดีย

นกยูงกระจายอยู่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในรัฐอัสสัม อินเดียทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีนไปจนถึงลาวไทยเวียดนามกัมพูชามาเลเซียตะวันตกและอินโดนีเซียในประเทศไทยพบได้ทางภาคเหนือและภาคตะวันตก นกยูงไทยสามารถพบได้ในแหล่งที่อยู่อาศัยหลากหลายไม่ว่าจะเป็นป่าเก่าหรือป่าเพาะปลูกที่สูงถึง 1,000 เมตรจากระดับน้ำทะเล ทั้งในเขตร้อนและกึ่งเขตร้อนนอกจากนี้ยังพบได้ในป่าไผ่และทุ่งหญ้า ในเวียดนามพบนกที่อาศัยอยู่ในป่าผลัดใบใกล้แหล่งน้ำและห่างไกลจากการรบกวนของมนุษย์ แหล่งน้ำเป็นปัจจัยสำคัญของที่อยู่อาศัย

นกยูงไทย ออกไปหากินบนหาดทรายและเนินทรายริมลำธารในตอนเช้าตรู่จนกว่าจะมาถึง ในตอนบ่ายพวกมันกินทั้งเมล็ดพืชและสัตว์เล็ก ๆ จากนั้นก็บินกลับไปนอนบนยอดไม้ มักอาศัยอยู่รวมกันเป็นฝูงเล็ก ๆ 2-6 ตัวยกเว้นในบางพื้นที่เช่นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง จังหวัดอุทัยธานีพบนกยูงจำนวน 10 ตัวและยังเป็นสถานที่ที่มีนกยูงไทยอาศัยอยู่มากที่สุดในประเทศไทย ขณะนี้มีนกยูงประมาณ

400 ตัวและมีรายงานนกยูงภาคเหนืออยู่ที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเวียงลอ สามารถพบนกยูงได้ในช่วงเดือนตุลาคม – พฤษภาคมของทุกปีและยังพบนกยูงไทยจำนวนมากในป่าจังหวัดลำพูนและเชียงใหม่ ภายใต้การดูแลของเขตห้ามล่าสัตว์ป่าบ้านโฮ่ง

นกยูงไทย

Thai peacock is a large pheasant. Male birds can be up to 3 m long, with the tail weighing up to 5 kg, females 1.1 m long, weighing approximately 1.1 kg, wingspan 1.2 m. The body feathers are sparkling green on the wings and copper on the sides. The body features dazzling scales all over the body. Flying reddish-brown wings, feathers covering the roots.

The tail extends very long. It is green and has spots around the eyes at the edges of blue and blue. Female birds generally look like male birds. But the fur is less green and has a brownish-yellow tint. The feathers that cover the base of the tail do not protrude, as in male birds Thai peacocks fly better than Indian peacocks.

The peacock is distributed in Southeast Asia in Assam. India in southwestern China to Laos, Thailand, Vietnam, Cambodia, Western Malaysia and Indonesia.In Thailand, it can be found in the North and the West. Thai peacocks can be found in a wide variety of habitats, be it old or cultivated forests up to

1,000 meters above sea level. In both tropical and subtropical areas, it is also found in bamboo forests and grasslands. In Vietnam, birds that live in deciduous forests are found near water bodies and far from human disturbance. Water sources are an important factor in living quarters.

ขอขอบคุณผู้สนับสนุนจาก >>> ufa191<<<

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ >>> ที่นี่ <<<

  1. นกพิราบ
  2. นกเกาะคอน
  3. นกขุนทอง
  4. นกเอี้ยงหัวสีทอง
  5. นกเอี้ยงหงอน