นกจาบปีกอ่อนอกเหลือง

นกจาบปีกอ่อนอกเหลือง (Emberiza aureola) เพิ่งได้รับการอัพเกรดเป็นนกที่ใกล้สูญพันธุ์ระดับโลกถึงแม้ว่าจะเป็นหนึ่งในนกที่มีประชากรมากที่สุดในโลก โลก

ประเทศไทยเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยในฤดูหนาวที่สำคัญที่สุดของเผ่าพันธุ์นี้มาตั้งแต่อดีต ด้วยการบันทึกว่านกปีกเต้านมเหลืองนั้นเป็นนกที่พบได้บ่อยในกรุงเทพ

C. J. Aagaard กล่าวในหนังสือ The Common Birds of Thailand ซึ่งตีพิมพ์ในปี 2473 ว่านกปีกสีเหลืองเป็นนกอพยพที่พบมากที่สุดในกรุงเทพ และพบมากบางครั้งพบกันในดงไผ่ และรั้วต้นไม้รอบทุ่งนานับพัน

เหตุผลหลักที่ปีกนกเป็นสีเหลืองลดลงอย่างรวดเร็วเนื่องจากกลุ่มนกอพยพขนาดใหญ่ ทำให้การจับแต่ละครั้งสามารถจับนกได้หลายแสนตัวในแต่ละครั้งมีการประเมินว่าประชากรของตัวอ่อนที่มีปีกสีเหลืองจากทั่วพื้นที่ทำรังรอบขั้วโลกเหนือบินลงมาอาศัยอยู่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพราะประมาณปี พ.ศ. 2512 ตัวอ่อนปีกเหลืองถูกจับได้ในภาคกลางของประเทศไทยมันเป็นนกที่ถูกสวมห่วงมาจากโอลูฟินแลนด์ตั้งแต่ปีพ. ศ. 2509

แม้ในปี พ.ศ. 2538 นกเต้านมสีเหลืองปีกบินถูกระบุว่าเป็นนกที่พบได้บ่อยในเขตทดลองของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์บางเขนซึ่งมักบินขึ้นจากนาข้าวผสมกับนกกระจอกชวา ) และหมีตัวเล็ก (Munia ขุยเกล็ด)

ทุกวันนี้อย่างที่รู้จักกันดี นกที่มีหูสีอ่อนนี้เป็นนกอพยพได้กลายเป็นภาพที่หายากอีกต่อไป แม้ว่าจะมีรายงานในประเทศไทยทุกฤดูหนาว แต่สามารถพบได้มากที่สุดหลายร้อยและมีเพียงไม่กี่พื้นที่เท่านั้นที่พบเป็นประจำการอนุรักษ์ตัวอ่อนสีเหลืองกระดุมต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างหลายประเทศในเส้นทางการอพยพของสายพันธุ์นี้ ไม่อย่างนั้นไม่ช้าก็เร็วเราจะไม่มีโอกาสได้เห็นนกตัวนี้ …

นกจาบปีกอ่อนอกเหลือง

นกจาบปีกอ่อนอกเหลือง

Yellow-breasted Water Wing Bird (Emberiza aureola) has just been upgraded to a world-endangered bird, though it is one of the world’s most populous birds.

Thailand has been the most important winter habitat of this species since the past. By recording that the yellow breasted bird is a common bird in Bangkok.

C. J. Aagaard said in The Common Birds of Thailand which was published in 1930 that the yellow-winged bird is the most common migratory bird in Bangkok. And very common, sometimes found in bamboo groves And fences of trees around thousands of fields.

The main reason that the yellow wings are decreasing rapidly due to the large group of migratory birds. This makes it possible to catch hundreds of thousands of birds at a time. It is estimated that the population of yellow-winged larvae from around the nesting areas around the North Pole flies down to live in Southeast Asia because of In 1969, the yellow-winged larvae were caught in the central region of Thailand. 2509

Even in 1995, the yellow-winged breast-bird was identified as a common bird in the experimental area of ​​Kasetsart University, which often flew from rice fields mixed with Java sparrows) and small bears. (Munia fluff)

ขอขอบคุณรูปภาพจาก Google

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ >>>ที่นี่<<<<

นกกระจอกบ้าน

ลักษณะภายนอก

นกกระจอกบ้าน ลำตัวยาวประมาณ 5.5 นิ้ว ร่างกายและปีกเป็นป้อมปราการสั้น ปลายหางมีหยักเล็กน้อย ขนที่ปกคลุมลำตัวเป็นสีดำ กระหม่อมมีสีน้ำตาลเข้มทอดตัวไปทางท้ายทอย แก้มเป็นสีขาว และมีแถบยาวสีดำพาดจากคอถึงหน้าอกรูปทรงของปากจะคล้ายกับจะงอยปากหนาเหมาะสำหรับการจิก และเมล็ดธัญพืชสีเทา

ร่างกายและสีของนกกระจอกบ้านจะมีลักษณะเหมือนกระจอกขนาดใหญ่ (Passer domestricus) ซึ่งบางครั้งพบว่าอยู่ด้วยกันทำให้ยากที่จะสังเกตเห็นความแตกต่าง แต่สามารถแยกแยะได้ว่าขนาดของนกกระจอกบ้านมีขนาดเล็กกว่านกกระจอกตัวใหญ่และบริเวณแก้มของนกกระจอกนั้นมีสีดำและนกกระจอกตัวใหญ่ไม่มีความเชื่อมต่อระหว่างคอและอกมีสีดำซึ่งมีขนาดเล็กกว่ากระจอกขนาดใหญ่ โดยเพศของนกแก้วบ้านทั้งชายและหญิงไม่แตกต่างกันในลักษณะเพศของนกกระจอกขนาดใหญ่จะมีลักษณะที่แตกต่างกัน ตัวผู้ที่ด้านบนของหัวเป็นสีเทา การเชื่อมต่อระหว่างคอและหน้าอกเป็นสีดำ ผู้หญิงที่ด้านบนของหัวเป็นสีน้ำตาล การเชื่อมต่อระหว่างคอและหน้าอกเป็นสีดำเช่นกัน

ที่อยู่อาศัย

นกกระจอกบ้าน เป็นนกที่สามารถปรับตัวเข้ากับผู้คนได้ และสภาพแวดล้อมที่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ดีเช่นเมื่อสภาพแวดล้อมและพฤติกรรมของมนุษย์เปลี่ยนไปนกชนิดอื่น ๆ จะไม่สามารถอาศัยอยู่ในชุมชนได้จำเป็นต้องอพยพไปอยู่ในสถานที่ใหม่ แต่พบว่านกกระจอกยังคงสามารถ อาศัยอยู่ในพื้นที่เดียวกันตามปกติ

นกกระจอกบ้านมักพบทำรังในต้นไม้รอบชุมชนหรือบ้านที่มีช่องระบายอากาศหรือช่องว่าง และมักบินไปหาอาหารเป็นคู่หาอาหารในบางพื้นที่นอกชุมชนเช่นนาข้าวทุ่งนาหรือทุ่งหญ้านกกระจอกมักพบ บ้านการบินรวมตัวกันเพื่อหาอาหารในกลุ่มใหญ่

นกกระจอกบ้าน

Appearance

House sparrow , body length is about 5.5 inches, body and wings are short fortress The tip of the tail is slightly wavy. The coat that covered the body is black. The fontanel is dark brown, extending to the nape of the neck. The cheeks are white And has a long black stripe stretching from the neck to the chest. The shape of the mouth is like a thick beak, suitable for jabbering. And gray grains

The body and color of the house sparrow look like a large sparrow (Passer domestricus), which is sometimes found to be together, making it difficult to notice the difference. But can distinguish that the size of the sparrow is smaller than the large sparrow, and the sparrow’s cheek is black and the sparrow does not have a connection between the neck and the chest is black, which is smaller than the large sparrow The sex of the male parrots, both male and female, were not different in the sex characteristics of the large sparrows have different characteristics. The male at the top of the head is gray. The connection between the neck and chest is black. The woman at the top of the head is brown. The connection between the neck and the chest is also black.

Housing

House sparrows are birds that can adapt to people. And environments that can change well, such as when the environment and behavior of humans change, other birds will not be able to live in the community need to migrate to a new place But found that the sparrow still can Live in the same area as usual.

House sparrows are often found nesting in trees around communities or homes that have vents or spaces. And often fly to find food in pairs to find food in some areas outside the community, such as rice fields, rice fields or grass sparrows are often found The flying house gathered to find food in a large group.

ขอขอบคุณรูปภาพจาก Google

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ >>>ที่นี่<<<<